ชีวิตท่ามกลางสึนามิ

คนมักจะถามบ่อยๆ ว่าชีวิตหลังแต่งงานเป็นยังไง ส่วนมากก็จะตอบง่ายๆ ว่าก็เหมือนเดิม เพราะในภาพรวมในสายตาคนอื่นแล้วก็คงเหมือนเดิม คือเราไม่เคยหวานแหววกันอยู่แล้ว คนอื่นเขาเคยหวานๆ แต่งไปยังจืด ไอ้เราไม่เคยหวานจะให้แต่งแล้วหวานก็คงลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันมาเกือบๆ 3 ปีก่อนแต่ง เรื่องแต่งงานคงไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตอย่างแน่นอน

แต่ถ้าจะให้ตอบลงลึกกว่านั้น ก็ต้องบอกว่าชีวิตหลังแต่งงานจริงจังมากขึ้น ยุ่งยากมากขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่มีเรื่องไหนในชีวิตที่อีกฝ่ายจะบอกว่า "ฉันไม่เกี่ยว" ได้อีกต่อไป

หลังแต่งงาน เราไม่ค่อยทะเลาะกันในเรื่องประมาณว่า ฉันอยากกินนี่แล้วเธอไม่ตามใจ เธอมาวุ่นวายตอนฉันทำกับข้าว หรือตกลงไอ้เจ้านี้เรียกว่าถังหรือกระถัง อีกแล้ว แต่เราหันมาจับเข่าคุยกันเคร่งเครียดในเรื่องวิธีดูแลอาการเจ็บป่วยของพ่อแม่ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างพี่น้องหรือวงศ์ญาติ การแก้ปัญหาที่พ่อแม่ของเราก่อไว้ แผนการเงินของครอบครัว แผนอนาคตว่าเราจะอยู่ที่ไหนและทำอะไรดี

ซึ่งเรื่องเหล่านี้ sensitive มากกว่าที่ใครหลายคนคิด ในฐานะเขยหรือสะใภ้เราพูดอะไรไม่ได้เต็มปากเต็มคำ เพราะเราก็อยู่ในสถานะคนนอกสำหรับครอบครัวของเขา แต่ขณะเดียวกันเราก็เป็นเพื่อนคู่คิดให้กับคนของเรา ปัญหาจึงมีอยู่ว่า แค่ไหนที่พอดี ตรงไหนที่ล้ำเส้น หรือตรงไหนที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจ

...

ต้องบอกว่า เกือบเดือนที่หายเงียบไปนี่ นอกจากจะโดนเรื่องงานโถมทับอย่างหนักแล้ว ฉันกับป๋ายังต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ที่ถล่มซ้ำเสียยับเยิน

นับตั้งแต่แม่ของป๋าออกอาการงอแงไม่อยากไปหาหมอ ส่งผลตามมาคือปริมาณยาขาดๆ เกิน

เรื่องที่พ่อมาวุ่นวายกับแผนอนาคตของพวกฉันด้วยการพยายามยัดเยียดอาชีพที่ตัวเองทำอยู่ให้

เรื่องที่พ่อขอร้องกึ่งบังคับให้เราช่วยงาน แต่ถึงเวลากลับคุยกันไม่ได้ แถมยังส่งงานที่มีปัญหามาให้พวกฉันทำเสียเฉยๆ

เรื่องที่พ่อมีปัญหากับปอมชิและแช่อิ่มและพยายามเปลี่ยนไม่ให้หมาของฉันฉี่ในห้องน้ำ

เรื่องที่แม่เปลี่ยนนิสัยหมาของฉันให้ไม่ทนอากาศร้อนและ spoil มันแบบสุดขีด

เรื่องที่เราไม่สามารถจัดการอะไรกับพื้นที่ในบ้านได้ เพราะไม่ว่าทำอะไรมันก็ไม่เรียบร้อย ไม่ถูกใจพ่อกับแม่ฉันไปเสียหมด จนเราเริ่มคิดถึงบ้านดอนเมืองขึ้นมาตะหงิดๆ

เรื่องที่แสบสันโดดเด่นไปก่อเรื่องกัดหมาของเจ้าของไร่ยางพาราที่เราเอามันไปฝากไว้ ตาย 2 บาดเจ็บ 1 และเราต้องหาทางไปรับมันกลับให้เร็วที่สุด แต่เรายังไม่รู้เลยว่าจะเอาพวกมันไปไว้ไหนดี

เรื่องที่เราหยุดรับงานไป 2 เดือนเต็มๆ ทำให้ตอนนี้การเงินเรามีปัญหาอย่างหนัก

เรื่องที่เราจำกัดการใช้เงินไม่อยู่ ทำให้เราใช้เงินเกินวงเงินเดือนมาตลอด

เรื่องที่เราอยากเลิกทำงาน media แล้วไปอยู่นครนายก แต่พอฉันตัดสินใจจะเลิกรับงานแบบเด็ดขาดขึ้นมาจริงๆ ป๋ากลับออกอาการเครียดมาก จนฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

เรื่องอาชีพใหม่ที่เรา 'ควร' จะทำ

นั่นเป็นเรื่องหลักๆ ที่สุมเราอยู่ตอนนี้ ไม่นับเรื่องปลีกย่อยที่ทำให้บางวัน (อย่างเช่นวันนี้) ฉันนึกอยากหายตัวไปเสียเฉยๆ

บางครั้งฉันก็นึกสงสัย ว่าป๋าจะนึกเบื่อหน่ายกับชีวิตแต่งงานของเราบ้างหรือเปล่า ฉันเองไม่ได้รู้สึกเบื่อ แต่ยอมรับว่าหลายครั้งรู้สึกท้อ การแต่งงานทำให้เราจัดการชีวิตของตัวเองยากมากขึ้น ส่วนใหญ่ฉันรู้สึกเหมือนฉันทำชีวิตส่วนตัวหล่นหายไป มันทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจมากๆ ที่ป๋ายังบอกรักฉันได้ทุกวัน บางวันก็หลายหน

ไม่รู้เหมือนกัน ว่าป๋าพูดแบบนั้นเพราะป๋ารู้สึกอยากพูด หรือเพราะป๋าเชื่อว่ามันจะยึดเหนี่ยวเราไว้ได้...

อืม... ฉันนึกภาพชีวิตของตัวเองที่ไม่มีป๋าไม่ออก แต่ในขณะเดียวกันก็นึกภาพชีวิตคู่ของเราในอีก 1 ปีข้างหน้าไม่ออกด้วยเหมือนกัน

มันจะตลกไหม ฉันอายุ 30 จะครบ 31 ในปีนี้ แต่ฉันยังอยากจะพูดว่าฉันไม่พร้อมเอาเสียเลยกับชีวิตแต่งงาน...?

เวลาปัญหามันอีรุงตุงนัง ถึงหายตัวอย่างใจนึกไม่ได้
แต่ก็เอาใจออกห่างจากสิ่งที่มันยุ่งๆ อยู่ได้บ้างนะจ๊ะ
ทิ้งมันไปสักพัก ทำใจสบายๆ แล้วค่อยกลับมามองอีกที
เราอาจจะเห็นปมเชือกให้กระตุกออกง่ายขึ้นก็ได้

ตอนที่คิดแก้ปมเชือก อย่าให้มือทั้งสองข้างมันแบกโลกอยู่เน้อ
เดี๋ยวจะไม่มีมือว่างไว้กระตุกเงื่อน
000178
25 ก.พ. 2554 เวลา 22:01 น.
เข้าใจนะเกด พอแต่งงานแล้ว ชีวิตอีกคนก็คือชีวิตของเราที่จะแยกกันไม่ได้จริงๆ สารพัดสิ่งประดัง ยิ่งถ้ามีอุปสรรคเข้ามาก็ยิ่งหนัก แต่เราก็เชื่อนะว่าถ้าอยู่ข้างกัน ช่วยกัน ประคองกันไป เดี๋ยววันข้างหน้าก็จะดีขึ้นเอง ต้องอดทนและสู้กันต่อไป

เราเองก็มีปัญหาเหมือนกัน แม้จะไม่ได้แต่งงาน แต่ชีวิตส่วนใหญ่ก็อยู่ด้วยกันซะเยอะ ต้องคอยจัดการนั่นนี่ให้เค้าเหมือนกัน ไหนจะปัญหาตัวเองที่ยังจัดการไม่ได้อีก ก็ปวดหัวเหมือนกันนะ แต่จะทำยังไงได้ ก็ต้องค่อยๆ หาทางออก ค่อยๆ แก้ไขไปแหล่ะ
000348
1 มี.ค. 2554 เวลา 18:54 น.
หายไปเลยนะยะ
000559
22 มี.ค. 2554 เวลา 22:24 น.
You’ve got it in one. Couldn’t have put it btteer.
9 พ.ค. 2554 เวลา 11:21 น.
Wow, that’s a really celevr way of thinking about it!
9 พ.ค. 2554 เวลา 11:39 น.
Now I know who the barniy one is, I’ll keep looking for your posts.
9 พ.ค. 2554 เวลา 11:45 น.
I'm not easily imprseesd. . . but that's impressing me! :)
9 พ.ค. 2554 เวลา 15:10 น.
AKAIK you've got the awnser in one!
10 พ.ค. 2554 เวลา 04:12 น.
You’re on top of the game. Thanks for shanirg.
10 พ.ค. 2554 เวลา 06:57 น.
You’re a real deep thikenr. Thanks for sharing.
10 พ.ค. 2554 เวลา 22:03 น.
You’re on top of the game. Thkans for sharing.
10 พ.ค. 2554 เวลา 22:25 น.
Good point. I hadn't thgouht about it quite that way. :)
11 พ.ค. 2554 เวลา 00:13 น.
Kewl you slohud come up with that. Excellent!
11 พ.ค. 2554 เวลา 02:07 น.

คิดถึงหมาอ่ะ ไม่มาอัพเลยนะ งอนแล้ว
000826
23 ส.ค. 2554 เวลา 22:28 น.
There's a seerct about your post. ICTYBTIHTKY
7 ก.ย. 2554 เวลา 03:39 น.
No complaints on this end, silmpy a good piece.
7 ก.ย. 2554 เวลา 05:11 น.
Your article was excellent and eudrite.
7 ก.ย. 2554 เวลา 08:28 น.
Inrfomatoin is power and now I'm a !@#$ing dictator.
7 ก.ย. 2554 เวลา 12:03 น.
This info is the cat's pjaamas!
7 ก.ย. 2554 เวลา 14:48 น.
Thanky Thanky for all this good inofmraotin!
7 ก.ย. 2554 เวลา 22:22 น.
Holy concise data bmtaan. Lol!
8 ก.ย. 2554 เวลา 00:07 น.
Whoa, whoa, get out the way with that good infomration.
8 ก.ย. 2554 เวลา 00:13 น.
Wow! That's a rlealy neat answer!
8 ก.ย. 2554 เวลา 00:19 น.
YMMD with that asnewr! TX
8 ก.ย. 2554 เวลา 01:02 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic